เทคนิคการวิ่งสำหรับนักวิ่งมือใหม่และมืออาชีพ

ใคร ๆ ก็ทราบดีว่าการวิ่งเป็นการออกกำลังง่าย ๆ ที่ไม่ต้องอาศัยทักษะอะไรมากมาย เป็นกีฬาที่ดีต่อสุขภาพ แต่การวิ่งที่ดูเหมือนง่ายก็อาจไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะทุกครั้งที่ออกวิ่งข้อต่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายจะต้องเคลื่อนไหวและได้รับการกระทบ กล้ามเนื้อมีการขยับเกร็งและคลายตัวอยู่ตลอดเวลา ทำให้บ่อยครั้งนักวิ่งทั้งมืออาชีพและสมัครเล่นมักประสบปัญหาเจ็บหลังจากวิ่งและขณะวิ่ง เทคนิคการวิ่งที่ถูกต้องคือคำตอบที่จะช่วยหลีกเลี่ยงความเจ็บจากการวิ่งได้ เทคนิคเหล่านั้นได้แก่

เทคนิคการวิ่งสำหรับนักวิ่งมือใหม่และมืออาชีพ

1.ต้องมีการเตรียมร่างกายก่อนการวิ่ง

แน่นอนวว่าการวอร์มอัพเป็นเรื่องพื้นฐานก่อนที่จะวิ่ง แต่แค่การวอร์มเพียงไม่กี่นาทีก่อนวิ่งนั้นไม่เพียงพอ ควรมีการวอร์มด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ แขน ขา ลำตัวก่อนช่วงเวลาการวิ่งหลาย ๆ วันโดยทำทุกวันอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งหากใครที่วิ่งอยู่ป็นประจำยิ่งควรมีการยืดเหยียดร่างกายทุกวัน เมื่อออกวิ่งก็จะลดหรือป้องกันความเจ็บได้ดี

2.ช่วงเวลาก่อนวิ่งทำอย่างไร

เมื่อถึงช่วงเวลาที่เรากำลังจะเริ่มวิ่งให้มีการวอร์มร่างกายด้วยการยืดเหยียดอีกครั้งและเริ่มจากเดินเร็ว ๆ สักพักจากนั้นให้วิ่งเหยาะ ๆ อีก 5 ถึง 10 นาที วิธีนี้นอกจากจะทำให้ร่างกายมีความยืดหยุ่นแล้วยังช่วยให้ร่างกายปรับระบบหายใจและระบบไหลเวียนเลือดด้วย

3.ท่าทางการวิ่ง

ในการวิ่งอย่าก้าวเท้าสั้นหรือยาวเกินไป เพราะทำให้เสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้ง่าย ไม่ยกเข่าสูงเกินไปจะเสี่ยงต่อการเจ็บเข่าและข้อต่อต่าง ๆ วิธีที่ดีคือหาจุดเหมาะสมของการก้าวและยกเท้าที่พอดีกับตนเองและก้าวขาวิ่งให้เป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ ลงน้ำหนักไปที่ส้นเท้าเป็นหลัก แต่ถ้าต้องการเร่งจังหวะอาจลงน้ำหนักปลายเท้าแต่ไม่ควรเน้นลงปลายเท้าตลอดเวลา

4.เลือกรองเท้าวิ่งที่ดี

รองเท้าวิ่งเป็นสิ่งสำคัญมากเป็นอุปกรณ์ในการวิ่งที่ต้องพิถีพิถันในการเลือก ควรเลือกรองเท้าประเภทที่ออกแบบมาสำหรับการวิ่งโดยเฉพาะ เพราะจะมีระบบในการกันกระแทก มีการออกแบบมาให้กระชับในการเคลื่อนไหว ช่วยลดอุบัติเหตุจากการวิ่งและความเจ็บปวดเท้า ข้อเท้าจากการวิ่งได้

5.เทคนิคในการวิ่งขึ้นลงเนิน

เมื่อต้องวิ่งขึ้นลงเนินในทางลาดเอียง ควรวิ่งโดยจัดลำตัวให้ตรง ไม่โน้มไปข้างหน้าหรือหงายไปหลัง ไม่งอตัวหรือหลัง เพราะการตั้งตัวตรงจะช่วยในเรื่องการทรงตัวได้ดีกว่า ทำให้ไม่เสียหลักง่าย

การออกกำลังที่ดีจะต้องมีความรู้ทั้งในเรื่องวิธีการที่ถูกต้องและการเซฟตนเองให้ปลอดภัยจากกิจกรรมออกกำลังนั้น เพื่อจะได้ทั้งสุขภาพที่ดีและทักษะทางกีฬา ได้รับความสนุกสนาน สดชื่นโดยไม่ต้องกังวลถึงความเจ็บหรืออุบัติเหตุในภายหลัง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *